ถ้าถามว่า Big Data คงต้องบอกว่า คือ Data ทุกอย่างที่มีอยู่ในบริษัทของคุณ ไล่ตั้งแต่ข้อมูลบริษัท ที่ไม่ว่าจะเก็บอยู่ในรูปแบบไหน ไปจนถึง URLs ที่คุณ Bookmarks เอาไว้ นั้นก็ Big Data ถ้าจะบอกว่า Big Data is all around ก็คงไม่ผิดนัก เพราะมันไม่ได้จำแนกแจกจ่ายว่าต้องเป็นข้อมูลผ่านการวิเคราะห์มาแล้วหรือไม่ คือขอแค่เป็นข้อมูล ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหนประเภทอะไร ก็นับว่าเป็น Big Data ทั้งนั้น
big-data2

ดังนั้นเราจึงกล่าวได้ว่า Big Data ก็คือข้อมูลทุกอย่างที่เรามีอยู่ในบริษัท ทั้งข้อมูลที่มีแหล่งที่มาจากภายในบริษัทเองและข้อมูลที่มาจากแหล่งที่มาภายนอกอย่าง Social medias ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้หรือก็คือ ข้อมูลดิบ นั้นเอง ทั้งนี้ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ด้วยวิธีการหลากหลายวิธีการ ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้งานด้านไหน ในปัจจุบันนิยมทำ Big Data Analysis เพื่อใช้ในการสำหรับการคาดการณ์เหตุการณ์ในอนาคต หรือ ก็คือเพื่อใช้ดูแนวโน้มสิ่งที่จะเกิดขึ้นนั้นเอง

ใหญ่แค่ไหนถึงเรียก Big Data

ถ้าจะพูดถึงขนาดของ Big Data ก็ต้องบอกว่า มันคือ Data ทุกอย่างรวมกันแต่ในแนวคิดปัจจุบันเห็นพ้องไปทางเดียวกัน Data ที่ถือเป็น Big Data จะไม่สามารถนำมาบริหารจัดการได้ด้วยโปรแกรมแบบเดิมๆที่เราคุ้นเคยกันอย่าง spreadsheets หรือ เครื่องมือทั่วๆไปที่มีอยู่ในระบบการจัดการฐานข้อมูล

โดยปกติแล้วนั้น การวิเคราะห์ Big Data มักจะมีการแยะข้อมูลออกเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องอยู่รวมกัน ซึ่งนั้นหมายความว่าสำหรับ Big Data แล้วไม่จำเป็นจะต้องมีการสร้าง Sub-sets ย่อยๆของข้อมูลแต่อย่างใด เพราะมีเครื่องมือช่วยในเรื่องนี้อยู่แล้ว (สะดวกสบายไปอีกก)

คอนเซ็ปของ Big Data

ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนให้คอนเซ็ปสำหรับ Big Data เอาไว้ว่าต้องประกอบไปด้วยลักษณะที่สามารถสังเกตได้ คือ

  1. ปริมาณ (Volume)
  2. ความเร็ว (Velocity)
  3. ความหลากหลาย (Variety)

big-data1

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางคนใส่ลักษณะเพิ่มเติมในการบ่งบอกความเป็น Big Data:

  1. การแสดงข้อมูล (Visualization)
  2. ความน่าเชื่อถือ Veracity (Reliability)
  3. การผันแปร (Variability)
  4. คุณค่า (Value)

อย่างไรก็ตามคุณสมบัติการบ่งบอกตัวตนแค่ 3 ข้อแรกก็เพียงพอแล้วที่จะอธิบายถึงคอนเซ็ปของ Big Data

ตัวอย่างของการใช้ Big Data

เราขอยกตัวอย่าง Netflix ย้อนกลับไปราวๆปี 2008 ลูกค้าผู้ใช้บริการ Video on demand กลุ่มใหญ่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาจอดำ ในขณะที่ลูกค้า Streaming ที่ใช้บริการผ่านคลาวด์บางรายสามารถใช้งานได้เป็นปกติ ผลกระทบครั้งใหญ่ในครั้งนี้ กดดันให้ Netflix ต้องเร่งหาทางแก้ไขก่อนที่คิดจะให้ขยายการให้บริการออกไปยังต่างประเทศ Big Data คือกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหา ทีมงานนำข้อมูลในทุกด้านทั้ง ส่วนที่มีความหนาแน่นในการใช้บริการ เครื่องข่ายความเร็วเน็ต จุดเชื่อมต่อระหว่างการให้บริการด้านข้อมูล ฯลฯ ถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อหาทางป้องกันปัญหา Down-time ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต

และนี่คือคำอธิบายของคำว่า Big Data คำจำกัดความของข้อมูลต่างๆมากมายที่มารวมตัวกันเพื่อรอการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆที่แตกต่างกันโดยผ่านการใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการวิเคราะห์

แหล่งอ้างอิง  9/2/2561